โดย : หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
ในการปฏิบัติธรรมอย่างมีชีวิตชีวานั้น
ปฏิเสธไม่ได้ว่าพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ
มาจากแรงศรัทธาในตัวครูบาอาจารย์
ดังนั้น การเลือกครูบาอาจารย์ที่จะเป็นหลักให้แก่เรา
จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง
ซึ่งในการพิจารณาต้องอาศัยหลักอย่างน้อย ๒ ข้อคือ
๑. มีความเป็นตัวของตัวเอง
ไม่ให้ศรัทธาในตัวครูอาจารย์มาครอบงำดุลยพินิจของเรา
แต่การจะมีดุลยพินิจที่ดีก็ต้องอาศัยการศึกษาคำสอน
ของพระพุทธเจ้าไว้เป็นไม้บรรทัดเทียบเคียงด้วย
๒. ดูปฏิปทาท่านนานๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ความสม่ำเสมอในการวางตัวต่อศิษย์ไม่ว่ารวยหรือจน
การวางตัวในช่วงที่มีสิ่งกระทบ
การปรารภเพื่อการคลุกคลีหรือไม่คลุกคลีกับผู้คน
ความมักน้อยสันโดษ ตลอดจนมีการพูดธรรมะ
ที่แฝงเรื่องเรียกลาภสักการะหรือไม่ เป็นต้น
เอาเป็นว่าเมื่อมาถึงขั้นได้ครูอาจารย์ที่ดีแล้ว
เราก็ตั้งใจปฏิบัติตามที่ท่านสอน
ชนิดที่ใครว่าถูกหลอกก็บอกกับตัวเองว่าจะเป็นไร
ท่านหลอกให้เราได้ดี ดังที่ครูเขาหลอกให้เราเขียน ก-ข ก-กา
จนผสมคำเป็นประโยคได้ ตอนนั้นเราก็ยังไม่ค่อยเห็นประโยชน์
แต่อาศัยเชื่อ (ศรัทธา) ว่าท่านสอนด้วยเจตนาดีต่อเราแน่ๆ
จึงทำไปตามที่สอน เหตุผลต่างๆ ค่อยตามมา
ต่อเมื่อเราประสีประสา (มีสติปัญญา) มากขึ้น
ทีนี้สิ่งที่มักจะตามมาจนแทบจะเรียกว่าอัตโนมัติก็คือ "การติดครูอาจารย์"
ซึ่งอาการของการติดครูอาจารย์จะทำให้เรามองข้ามครูอาจารย์ท่านอื่น
และถูกกระทบใจได้ง่ายหากมีใครมาวิจารณ์ครูอาจารย์ของตนในทางไม่ชอบใจ
หนักเข้าก็หลงติดยึดและให้ความสำคัญกับคำว่า "ศิษย์ก้นกุฏิ" หรือ "ศิษย์ใกล้ชิด"
ที่หนักสุดเห็นจะเป็นเรื่องการขาดดุลยพินิจส่วนตัว
กล่าวคือ หากครูบาอาจารย์กล่าวผิดธรรม (แปลว่าเลือกอาจารย์ผิด)
ก็ยังไม่มีวินิจฉัยแยกแยะถูกผิด ยังคงเห็นคล้อยตามชนิดกู่ไม่กลับ
ด้วยข้อเสียเหล่านี้กระมังที่ทำให้หลวงปู่กล่าวเตือนลูกศิษย์ว่า
"แกอย่ามาติดข้านะ ให้ติดพระพุทธเจ้า"
เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่มองไม่เห็นได้ง่ายๆ
ทำให้นักปฏิบัติจำนวนมากแม้บอกกับใครๆ ว่า
"ฉันไม่ได้ติดครูอาจารย์ แต่ฉันติดธรรม"
ซึ่งฟังดูถูกต้องทีเดียว แต่ถึงเวลาจริง
กลายเป็นว่า "อาจารย์ข้า ใครอย่าแตะ"
อาจารย์ที่ปรารถนาลาภสักการะ ปรารถนาให้มีลูกศิษย์ลูกหาให้มากๆ
ก็ย่อมพูดย่อมทำเพื่อให้ลูกศิษย์ติดหนึบ
ไปไหนไม่รอด ต้องพึ่งอาจารย์ไปตลอดชีวิต
อาจารย์ที่ไม่ปรารถนาลาภสักการะ ไม่ปรารถนาจะมีลูกศิษย์มากๆ
ก็ย่อมพูดย่อมทำเพื่อมิให้ลูกศิษย์ยึดติดในตัวท่าน
หากแต่ส่งเสริมให้ยึดติดในพระพุทธเจ้าและพระธรรมอันบริสุทธ์
เพราะเป็นการยึดติดในสรณะที่เป็นที่พึ่งได้
เป็นที่พึ่งที่ฝากเป็นฝากตายได้อย่างปลอดภัย
แล้วอาศัยที่พึ่งของจริงของแท้ชนิดนี้นี่เอง
ก็จะทำให้ไปสู่จุดที่พ้นไปเสียจากการยึดติดทั้งมวล
.............................................
แหล่งที่มา
http://www.luangpordu.com/?cid=453342&f ... _id=104589
ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=34732
รวมคำสอน “หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ” วัดสะแก
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43690
ประมวลภาพ “หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ” วัดสะแก
พร้อมทั้งอัฐิธาตุของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=34696
ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=34732
รวมคำสอน “หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ” วัดสะแก
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43690
ประมวลภาพ “หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ” วัดสะแก
พร้อมทั้งอัฐิธาตุของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=34696












