วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559

แกอย่ามาติดข้านะ ให้ติดพระพุทธเจ้า

แกอย่ามาติดข้านะ ให้ติดพระพุทธเจ้า 
โดย : หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ 





ในการปฏิบัติธรรมอย่างมีชีวิตชีวานั้น
ปฏิเสธไม่ได้ว่าพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ
มาจากแรงศรัทธาในตัวครูบาอาจารย์
ดังนั้น การเลือกครูบาอาจารย์ที่จะเป็นหลักให้แก่เรา
จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง
ซึ่งในการพิจารณาต้องอาศัยหลักอย่างน้อย ๒ ข้อคือ

๑. มีความเป็นตัวของตัวเอง 
ไม่ให้ศรัทธาในตัวครูอาจารย์มาครอบงำดุลยพินิจของเรา 
แต่การจะมีดุลยพินิจที่ดีก็ต้องอาศัยการศึกษาคำสอน
ของพระพุทธเจ้าไว้เป็นไม้บรรทัดเทียบเคียงด้วย

๒. ดูปฏิปทาท่านนานๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ความสม่ำเสมอในการวางตัวต่อศิษย์ไม่ว่ารวยหรือจน 
การวางตัวในช่วงที่มีสิ่งกระทบ 
การปรารภเพื่อการคลุกคลีหรือไม่คลุกคลีกับผู้คน 
ความมักน้อยสันโดษ ตลอดจนมีการพูดธรรมะ
ที่แฝงเรื่องเรียกลาภสักการะหรือไม่ เป็นต้น


เอาเป็นว่าเมื่อมาถึงขั้นได้ครูอาจารย์ที่ดีแล้ว 
เราก็ตั้งใจปฏิบัติตามที่ท่านสอน 
ชนิดที่ใครว่าถูกหลอกก็บอกกับตัวเองว่าจะเป็นไร 
ท่านหลอกให้เราได้ดี ดังที่ครูเขาหลอกให้เราเขียน ก-ข ก-กา 
จนผสมคำเป็นประโยคได้ ตอนนั้นเราก็ยังไม่ค่อยเห็นประโยชน์ 
แต่อาศัยเชื่อ (ศรัทธา) ว่าท่านสอนด้วยเจตนาดีต่อเราแน่ๆ 
จึงทำไปตามที่สอน เหตุผลต่างๆ ค่อยตามมา
ต่อเมื่อเราประสีประสา (มีสติปัญญา) มากขึ้น


ทีนี้สิ่งที่มักจะตามมาจนแทบจะเรียกว่าอัตโนมัติก็คือ "การติดครูอาจารย์" 
ซึ่งอาการของการติดครูอาจารย์จะทำให้เรามองข้ามครูอาจารย์ท่านอื่น 
และถูกกระทบใจได้ง่ายหากมีใครมาวิจารณ์ครูอาจารย์ของตนในทางไม่ชอบใจ 
หนักเข้าก็หลงติดยึดและให้ความสำคัญกับคำว่า "ศิษย์ก้นกุฏิ" หรือ "ศิษย์ใกล้ชิด" 
ที่หนักสุดเห็นจะเป็นเรื่องการขาดดุลยพินิจส่วนตัว 
กล่าวคือ หากครูบาอาจารย์กล่าวผิดธรรม (แปลว่าเลือกอาจารย์ผิด) 
ก็ยังไม่มีวินิจฉัยแยกแยะถูกผิด ยังคงเห็นคล้อยตามชนิดกู่ไม่กลับ


ด้วยข้อเสียเหล่านี้กระมังที่ทำให้หลวงปู่กล่าวเตือนลูกศิษย์ว่า 

"แกอย่ามาติดข้านะ ให้ติดพระพุทธเจ้า"


เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่มองไม่เห็นได้ง่ายๆ 
ทำให้นักปฏิบัติจำนวนมากแม้บอกกับใครๆ ว่า 
"ฉันไม่ได้ติดครูอาจารย์ แต่ฉันติดธรรม" 
ซึ่งฟังดูถูกต้องทีเดียว แต่ถึงเวลาจริง 
กลายเป็นว่า "อาจารย์ข้า ใครอย่าแตะ"

อาจารย์ที่ปรารถนาลาภสักการะ ปรารถนาให้มีลูกศิษย์ลูกหาให้มากๆ 
ก็ย่อมพูดย่อมทำเพื่อให้ลูกศิษย์ติดหนึบ 
ไปไหนไม่รอด ต้องพึ่งอาจารย์ไปตลอดชีวิต

อาจารย์ที่ไม่ปรารถนาลาภสักการะ ไม่ปรารถนาจะมีลูกศิษย์มากๆ 
ก็ย่อมพูดย่อมทำเพื่อมิให้ลูกศิษย์ยึดติดในตัวท่าน 
หากแต่ส่งเสริมให้ยึดติดในพระพุทธเจ้าและพระธรรมอันบริสุทธ์ 
เพราะเป็นการยึดติดในสรณะที่เป็นที่พึ่งได้ 
เป็นที่พึ่งที่ฝากเป็นฝากตายได้อย่างปลอดภัย 
แล้วอาศัยที่พึ่งของจริงของแท้ชนิดนี้นี่เอง 
ก็จะทำให้ไปสู่จุดที่พ้นไปเสียจากการยึดติดทั้งมวล

.............................................
แหล่งที่มา

http://www.luangpordu.com/?cid=453342&f ... _id=104589

ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=34732

รวมคำสอน “หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ” วัดสะแก
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43690

ประมวลภาพ “หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ” วัดสะแก
พร้อมทั้งอัฐิธาตุของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=34696

สามีฆ่าตะขาบตาย


ปัญหาการรักษาศีล
จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม 10 (พระราชพรหมยาน วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี; หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)



สามีฆ่าตะขาบตาย

ผู้ถาม : หลวงพ่อเจ้าขา สามีของลูกเพิ่งแต่งงาน มีลูก 1คน 1ขวบ สามีของลูกเป็นคนใจดีมาก ใจบุญสุนทานพอสมควร แต่เมื่อเดือนที่แล้ว แกไปเห็นตะขาบในห้องลองเสื้อ แกตีจนตาย ตายแล้วแกก็มีจิตข้องอยู่ในสิ่งนั้น แกไม่สบาย รุ่งขึ้นไม่กี่วัน มอเตอร์ไซด์ของตำรวจขี้เมาชนโป้ง! ไปตายที่ รพ. ตำรวจ ลูกสงสัยว่า คนอื่นเขาฆ่าสัตว์ตายมากมายไม่ต้องอายุสั้น แต่ว่าสามีของลูกฆ่าตะขาบเพียงครั้งเดียว ตัวเดียว ทำไมจึงอายุสั่นเจ้าคะ?

หลวงพ่อ : อย่าลืมว่าตะขาบมันมีตีนกี่ตีน?

ผู้ถาม : โอ้โฮ! คิดทีละตีนหรือนี่

หลวงพ่อ : (หัวเราะ) อย่าลืมนะ ไก่มี 2ขา ตะขาบมีกี่ขา นี่ฉันตอบนอกบาลีนะ แต่ว่าถ้าในบาลีถือว่า เป็นกฏของกรรมเก่า เพราะว่าเขามีวาระมาเท่านั้น เมื่อถึงเวลานั้น ก็เป็นเหตุให้ต้องตาย นี่เป็นเรื่องธรรมดา
...
..
.

นึกถึงบุญไม่ออก


ปัญหาการรักษาศีล
จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม 10 (พระราชพรหมยาน วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี; หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)


นึกถึงบุญไม่ออ

ผู้ถาม : บางทีมันเพี้ยนไป นึกถึงบุญไม่ออกครับ

หลวงพ่อ : เป็นธรรมดา บางครั้งอารมณ์มันดีอย่างนี้จริงๆ เหมือนกันทุกคนนะ...เหมือนกัน ไม่ใช่เฉพาะบุคคลบางครั้งมันจะนึกถึงบุญไม่ออกก็มี ฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึงสอนเจริญพระกรรมฐาน ฝึกจิตให้ชินไง ใช่ไหม...ฝึกจิตให้ชิน คือจับอันดับแรก พระพุทธเจ้าต้องเอาก่อน อารมณ์มันชิน คำว่า 'ฌาน' ก็คือจะได้ไม่ลืม ถ้าเราปล่อยเละละเดี๋ยวมันก็เผลอ พอบาปเข้าสิงปั๊บมันจะตัดเราลืมเลย

ทีนี้วิธีที่ท่านสอนแบบนี้กันบาปเข้าแทรก วิธีกรรมฐานเขาฝึกให้ชินกันบาปเข้าแทรกเวลาที่เราจะตาย บาปมันจะแทรกไม่ได้ ทำบุญอย่างอื่นหนักขนาดไหนก็ตาม แต่จิตมันยังไม่แน่นอนนัก เราจะตายบาปเข้าแทรกได้ เราจะลงนรกได้ ถึงบอกว่าทำจิตให้เป็นฌานทรงตัว คำว่าฌานก็คืออารมณ์ชิน มันนึกได้เรื่อยๆใช่ไหม การนึกถึงพระพุทธเจ้าได้เรื่อยๆน่ะ คือ ฌาน
...
..
.

เตี่ยมีอาชีพฆ่าหมู


ปัญหาการรักษาศีล
จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม 10 (พระราชพรหมยาน วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี; หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)



เตี่ยมีอาชีพฆ่าหมู

ผู้ถาม : กราบเท้าหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง ตอนที่เตี่ยของลูกมีชีวิตอยู่ เตี่ยก็มีอาชีพในการฆ่าหมูและก็เอาไปขาย ทีนี้อีตอนแกแก่ๆ แกก็รู้ตัวทำบุญเป็นการใหญ่ เวลาจะใส่บาตรทุกครั้ง แกจะยกมือไหว้พระสงฆ์ก่อน ทีนี้ตอนแก่ๆมีคนเขาบอกว่าตายแล้วจะไปตกนรก แกก็เลยใส่บาตรทุกวัน ก่อนใส่บาตรแกยกมือไหว้พระ แกจะท่องคาถานี้เป็นประจำ ตัวแกจะรู้หรือเปล่าก็ไม่ทราบ
แกว่าอย่างนี้...'นะโม ตะสะ นะโม ตะสะ' แล้วก็ใส่บาตร ใส่ทัพพีหนึ่งก็ว่า 'นะโม ตะสะ' ใส่ทัพพีที่สองก็ว่า 'นะโม ตะสะ' แม้จะใส่เต็มแกก็ 'นะโม ตะสะ' ทีนี้ตอนตาย แกเห็นยมทูตมา แกก็บอกว่า 'นะโม ตะสะ' ปรากฏว่ายมทูตเผ่นไปเลย

หลวงพ่อ : ขนาดนั้นเขาไม่อยู่แล้ว อย่างนั้นจิตเป็นกุศล เขาไม่อยู่แล้ว เขาไม่เอาไป คือถ้ายมทูตมานี่ ยังไม่แน่จะลงนรกนี่ เขาต้องไปสอบสวนกันก่อน ทีนี้ถ้าแกนึก 'นะโม ตัสสะ' ได้ พระยายมก็ปล่อย ในเมื่อแกว่าตอนนั่นไม่ต้อง ปล่อยให้ไปเลย...สวรรค์ทันที

ผู้ถาม : แค่นี้ก็ไปได้แล้วหรือครับ?

หลวงพ่อ : ไม่ใช่แค่นี้...หลายแค่!

ผู้ถาม : ไอ้ที่แปลกใจ ไอ้หมูเหมอ...ไม่มากวนตอนนั้นนะ 'นะโม ตะสะ' นี่สามารถป้องกันได้หรือครับ...หลวงพ่อ

หลวงพ่อ : ในเมื่อกุศลเข้าดลใจ อกุศลเข้าไม่ได้
...
..
.

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559

อยู่สำนักงานทำแท้ง


ปัญหาการรักษาศีล
จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม 10 (พระราชพรหมยาน วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี; หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)


อยู่สำนักงานทำแท้ง

ผู้ถาม : หลวงพ่อเจ้าขา ลูกทำงานที่สำนักงานทำแท้งแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ มีรายได้ดีพอสมควร หนูเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายรับเงิน ลูกชักใจไม่ดีนัก เพราะมีหุ้นส่วนกับเขาด้วย ขอพึ่งบารมีถามหลวงพ่อว่า ลูกจะมีบาปมีกรรมขึ้นบัญชีพระยายมหรือไม่...ข้อสอง เอาเงินเดือนจากการทำแท้ง มาทำบุญกับหลวงพ่อจะช่วยได้ไหมคะ

หลวงพ่อ : เข้าท่าๆ แหม...ฟังตั้งนาน คิดว่าจะบอกยังงี้เหมือนกัน จิตใจเกาะบุญไว้ พระพุทธเจ้าไม่เคยตำหนิใครเรื่องอาชีพนะ อย่างกับ ลูกศิษย์พระสารีบุตร พระพุทธเจ้าก็รับ  และยังแนะนำพระสารีบุตรไปสอนพระอภิธรรมเพราะชาติก่อนเคยฟังพระอภิธรรมมา พอฟังอภิธรรมย่อๆจบ ก็เป็นอรหันต์ทั้งหมด ฉะนั้นอาชีพก็ส่วนอาชีพ เรื่องบุญก็เป็นบุญไปแต่ว่าจิตอย่าไปเกาะอาชีพประเภทนั้น เกาะบุญอย่างเดียว มีงานเราถือว่าทำตามหน้าที่นะ หมดเรื่องหมดราวไป

ผู้ถาม : หลวงพ่อตอบแบบนี้ ค่อยสบายใจหน่อย ไม่เช่นนั้นละอึดอัดๆ

หลวงพ่อ : เรื่องของพระพุทธเจ้าท่านไม่เคยตำหนิใคร ท่านก็รับทุกด้าน อย่าง ตัมพทาฐิกโจร เห็นไหม...โจรเคราแดงฆ่าคนมาเกินหมื่นคน พอพบพระสารีบุตรเข้า พระสารีบุตรท่านไม่พูดเรื่องฆ่าคน ทีแรกพอกินข้าวเสร็จใช่ไหม...ท่านก็เทศน์เรื่องปาณาติบาตเลย ฆ่าคน ฆ่าปลา ฆ่าสัตว์ ตกนรกขุมไหนว่าเรื่อย ตัมพทาฐิกโจรเหงื่อแตกพลั่กๆ พอเทศน์ไปถึงครึ่งกัณฑ์ พระสารีบุตรท่านฉลาด ท่านเทศน์ไปชำเลืองดูไปเห็นตานั่นเหงื่อแตก ถามโยมไม่สบายหรือ...
ตัมพทาฐิกโจรบอก จะสบายได้ยังไงครับ ที่พระคุณเจ้าเทศน์มาผมเรียบร้อยหมดทุกขุมเลย ท่านก็เลยถามว่า โยม...โยมฆ่าคนตายใครเขาใช้หรือฆ่าเอง บอกพระราชาใช้ให้ฆ่า พระสารีบุตรท่านฉลาดกว่า ท่านถามว่า โยม...สมมุติว่าโยมเป็นลูกจ้างเขา นายจ้างเขามีนา 100 ไร่ เขาใช้ให้โยมทำ เมื่อได้ข้าวในนาเสร็จ ผลของข้าวทั้งหมด จะเป็นของโยม หรือจะเป็นของนายจ้าง...?
โยมก็บอกเป็นของนายจ้างขอรับ นี่ท่านฉลาดกว่า ท่านก็เลยถามว่า ที่พระราชาใช้ให้ฆ่า บาปตกอยู่กับใคร อีตานั่นแกโง่ แกนึกว่าบาปตกกับพระราชา พระสารีบุตรเทศน์อานิสงส์ทานเลย เป็นพระโสดาบันเดี๋ยวนั้น

ผู้ถาม : โอ...เหงื่อแตกเลยนะ

หลวงพ่อ : ไอ้เหงื่อแตกน่ะ เป็นน้ำอาบชำระร่างกายให้สะอาดชำระถึงจิตใจข้างในเลย
...
..
.

ทำหมันแมว


ปัญหาการรักษาศีล
จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม 10 (พระราชพรหมยาน วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี; หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)

ทำหมันแมว


ผู้ถาม : หลวงพ่อเจ้าขา ความจริงลูกไม่อยากจะรบกวนหรอก เพราะปฏิบัติตามธรรมะของหลวงพ่อมาด้วยดีตลอด เช่น เมตตา เป็นต้น ทีแรกก็เก็บแมวข้างรั้วมาเลี้ยงไว้ด้วยความเมตตา บัดนี้มันแข็งแรงสมบูรณ์ และได้ขยายพืชพันธุ์เป็นการใหญ่ (ออกลูกเยอะแยะ) แต่ลูกไม่ว่าอะไรหรอก แต่เกรงว่าลูกจะเกิดมาเดือดร้อน ลูกก็เลยเอามันไปฉีดยาทำหมัน ก่อนจะฉีดยาทำหมันลูกได้บอกว่า เอ็งจะมีทุกข์มาก ฉันจะแก้ทุกข์ให้เอ็งน่ะ อย่าเอาเวรเอากรรมนะ ลูกก็เลยทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เขาอีกวาระหนึ่ง ถ้าหากจะมีกรรมอันใด ก็ขอให้หลวงพ่อได้โปรดอโหสิกรรมด้วยเถิดเจ้าคะ (เอ๊ะ! ไปเกี่ยวอะไรกับหลวงพ่อ)

หลวงพ่อ : ถ้าจะเห็นว่าฉันเป็นแมว...(หัวเราะ) เป็นพระแท้ๆ เห็นเป็นแมวไปได้ เป็น 'หลวงปู่แมว' ใช้ได้ไม่เป็นไร ไม่บาป ทำหมันนี่ไม่บาป คือกันไม่ให้เกิด ไม่ใช่ฆ่าสัตว์ ไม่ใช่มาเกิดแล้วฆ่าจึงจะบาป นี่กันไว้

ผู้ถาม : อ้อ...แล้วประเภทกินยากันไว้ก่อน ก็ไม่บาป?

หลวงพ่อ : ไม่บาป
...
..
.

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2559

อานิสงส์การภาวนา โดย หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

อานิสงส์การภาวนา 
โดย หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ 
แหล่งที่มา www.dhammajak.net


หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม

หลวงพ่อท่านเคยพูดเสมอว่า "อุปัชฌาย์ข้า (หลวงพ่อกลั่น) สอนว่า ภาวนาได้เห็นแสงสว่างเท่าปลายหัวไม้ขีด ชั่วประเดี๋ยวเดียวเท่าช้างกระดิกหูงูแลบลิ้น ยังมีอานิสงส์มากกว่าตักบาตรจนขันลงหินทะลุ" พวกเรามักจะได้ยินท่านคอยให้กำลังใจอยู่บ่อยๆ ว่า "หมั่นทำเข้าไว้ หมั่นทำเข้าไว้ ต่อไปจะได้เป็นที่พึ่งภายหน้า" เสมือนหนึ่งเป็นการเตือนให้เราเร่งความเพียรให้มาก การให้ทานรักษาศีลร้อยครั้งพันครั้งก็ไม่เท่ากับนั่งภาวนาหนเดียวนั่งภาวนาร้อยครั้งพันครั้ง กุศลที่ได้ก็ไม่เท่ากุศลจิตที่สงบเป็นสมาธิเกิดปัญญาเพียงครั้งเดียว 



แนะวิธีปฏิบัติ 

เคยมีสุภาพสตรีท่านหนึ่งมีปัญหาถามว่า นั่งปฏิบัติภาวนาแล้วจิตไม่รวม ไม่สงบ ควรจะทำอย่างไร ท่านแก้ให้ว่า "การปฏิบัติ ถ้าอยากเป็นเร็วๆ มันก็ไม่เป็น หรือไม่อยากให้เป็น มันก็ประมาทเสีย ไม่เป็นอีกเหมือนกัน อยากเป็นก็ไม่ว่า ไม่อยากเป็นก็ไม่ว่า ทำใจให้เป็นกลางๆ ตั้งใจให้แน่วแน่ในกัมมัฏฐานที่เรายึดมั่นอยู่นั้น แล้วภาวนาเรื่อยไป เหมือนกับเรากินข้าวไม่ต้องอยากให้มันอิ่ม ค่อยๆ กันไปมันก็อิ่มเอง ภาวนาก็เช่นกันไม่ต้องไปคาดหวังให้มันสงบ หน้าที่ของเราคือภาวนาไปก็จะถึงของดี ของวิเศษในตัวเรา แล้วจะรู้ชัดขึ้นมาว่าอะไรเป็นอะไร ให้หมั่นทำเรื่อยไป" 

อุบายวิธีทำความเพียร 

ครั้งหนึ่งที่ได้สนทนาปัญหาธรรมกับหลวงพ่อ ท่านเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า...เขามาถามปัญหาเข้า ข้าก็ตอบไม่ได้อยู่ปัญหาหนึ่ง ผู้เขียนเรียนถามท่านว่า "ปัญหาอะไรครับ" ท่านเล่าว่า " เขาถามว่า ขี้เกียจ (ปฏิบัติ) จะทำอย่างไรดี" หลวงพ่อหัวเราะ ก่อนที่จะตอบต่อไปว่า "บ๊ะ ขี้เกียจก็หมดกัน ก็ไม่ต้องทำซิ" สักครู่ท่านจึงเมตตาสอนว่า "หมั่นทำเข้าไว้ๆ ถ้าขี้เกียจให้นึกถึงข้า ข้าทำมา 50 ปี อุปัชฌาย์ข้าเคยสอนไว้ว่า ถ้าวันไหนยังกินข้าวอยู่ก็ต้องทำ วันไหนเลิกกินข้าว...นั่นแหละถึงไม่ต้องทำ" 

ควรทำหรือไม่ ? 

ครั้งหนึ่ง มีลูกศิษย์หลวงพ่อผู้สนใจธรรมปฏิบัติกำลังนั่งภาวนาเงียบอยู่ ไม่ห่างจากท่านเท่าใดนัก บังเอิญมีแขกมาหาศิษย์ผู้นั้นแต่ไม่เห็น ก็มีศิษย์อีกท่านหนึ่งเดินเรียกชื่อท่านผู้กำลังนั่งภาวนาอยู่ด้วยเสียงอันดัง และเมื่อเดินมาเห็นศิษย์ผู้นั้นกำลังภาวนาอยู่ก็จับแขนดึงขึ้นมาทั้งที่กำลังนั่งภาวนา เมื่อผู้นั้นห่างไปแล้ว หลวงพ่อท่านจึงเปรยขึ้นมาว่า "ในพุทธกาลครั้งก่อน มีพระอรหันต์องค์หนึ่งกำลังอยู่นิโรธสมาบัติได้มีนกแสกตัวหนึ่งบินโฉบผ่านหน้าท่านพร้อมกับร้อง "แซ๊ก" ท่านว่านกแสกตัวนั้นเมื่อตายแล้วได้ไปอยู่ในนรก แม้กัปนี้พระพุทธเจ้าผ่านไปได้พระองค์ที่สี่แล้ว นกแสกตัวนั้นยังไม่ได้ขึ้นมาจากนรกเลย 

ทรรศนะต่างกัน 

การมาอยู่ด้วยกัน ปฏิบัติด้วยกันมากเข้าย่อมมีเรื่องกระทบกระทั่งกันเป็นธรรมดา ตราบใดที่ยังเป็นปุถุชนคนธรรมดาอยู่ ทิฐิความเห็นย่อมต่างกัน ขอให้เอาแต่ส่วนดีมาสนับสนุนกัน อย่าเอาเลวมาอวดกัน การปรามาสพระก็ดี การพูดจาจ้วงจาบในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์หรือท่านที่มีศีลมีธรรมก็ดี จะเป็นกรรมติดตัวเราและขัดขวางการปฏิบัติธรรมในภายหน้า ดังนั้น หากใครทำความดี ก็ควรอนุโมทนายินดีด้วย แม้ต่างวัดต่างสำนักหรือแบบปฏิบัติต่างกันก็ตาม ไม่มีใครผิดหรอก เพราะจุดมุ่งหมายต่างก็เป็นไปเพื่อความพ้นทุกข์เช่นกัน เพียงแต่เราจะทำให้ดี ดียิ่ง ดีที่สุด เท่านั้น ขอให้ถามตัวเราเองเสียก่อนว่า แล้วเราล่ะถึงที่สุดแล้วหรือยัง 

อุเบกขาธรรม 

การอยากชวนคนมาวัด มาปฏิบัติให้มาก ๆโดยลืมดูพื้นฐานจิตใจของบุคคลที่กำลังจะชวนว่า เขามีความสนใจมากน้อยเพียงใด หลวงปู่ท่านบอกว่า ให้ระวังให้ดีจะเป็นบาป เปรียบเสมือนกับการจุดไฟไว้ตรงกลางระหว่างคน 2 คน ถ้าเราเอาธรรมะไปชวนเขา เขาไม่เห็นด้วย ปรามาสธรรมนี้ซึ่งเป็นธรรมของพระพุทธเจ้า ก็เท่ากับเราเป็นคนก่อแล้วเขาเป็นคนจุดไฟ บาปทั้งคู่ เรียกว่า เมตตาพาตกเหว 

หลวงปู่ได้ยกอุทาหรณ์ สอนต่อว่า เหมือนกับมีชายคนหนึ่งตกอยู่ในเหวลึก มีผู้จะมาช่วย คนที่หนึ่งมีเมตตาจะมาช่วย เอาเชือกดึงขึ้นจากเหว ดึงไม่ไหวจึงตกลงไปในเหวเหมือนกัน คนที่สองมีกรุณษมาช่วยถึงอีก ก็ตกลงเหวอีก คนที่สามมีมุทิตามาช่วยดึงอีกก็พลาดตกเหวอีกเช่นกัน คนที่สี่สุดท้ายเป็นผู้มีอุเบกขาธรรมเห็นว่าเหวนี้ลึกเกินกว่ากำลังของตนที่จะช่วย ก็มิได้ทำประการใดทั้งๆ ที่จิตใจก็มีเมตตาธรรมที่จะช่วยเหลืออยู่ คนสุดท้ายนี้จึงรอดชีวิตจากการตกเหวตามเพราะ อุเบกขาธรรมนี้แล 

เรารักษาศีล ศีลรักษาเรา 

ศีลเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการปฏิบัติธรรมทุกอย่าง หลวงพ่อมักจะเตือนเสมอว่าในขั้นต้นให้หมั่นสมาทานรักษาศีลให้ได้ แม้จะเป็นโลกียศีล รักษาได้บ้าง ไม่ได้บ้าง บริสุทธิ์บ้าง ไม่บริสุทธิ์บ้าง ก็ให้เพียงระวัง รักษาไป สำคัญที่เจตนาที่จะรักษาศีลไว้ และปัญญาที่คอยตรวจตราแก้ไขตน "เจตนาหัง ภิกขเว สีลัง วทามิ" ท่านว่าเจตนาเป็นตัวศีล "เจตนาหัง ภิกขเว ปุญญัง วทามิ" เจตนาเป็นตัวบุญ จึงขอให้พยายามสั่งสมบุญนี้ไว้ โดยอบรมศีลให้เกิดขึ้นที่จิตเรียกว่า เรารักษาศีล ส่วนจิตที่อบรมศีลดีแล้ว จนเป็นโลกุตรศีลเป็นศีลที่ก่อให้เกิดปัญญาในอริยมรรค อริยผลนี้จะคอยรักษาผู้ประพฤติปฏิบัติมิให้เสื่อมเสียหรือตกต่ำไปในทางที่ไม่ดีไม่งามนี้แลเรียกว่า ศีลรักษาเรา 

จะเอาโลกหรือเอาธรรม 

บ่อยครั้งที่มีผู้มาถามปัญหากับหลวงพ่อ โดยมักจะนำเอาเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับหน้าที่การงาน สามี ภรรยา ลูกเต้า ญาติ มิตร หรือคนอื่นๆ มาปรารภให้หลวงพ่อฟังอยู่เสมอ ครั้งหนึ่งท่านได้ให้คติเตือนใจผู้เขียนว่า "โลกเท่าแผ่นดิน ธรรมเท่าปลายเข็ม" ซึ่งต่อมาท่านได้ให้ความหมายว่า "เรื่องโลกมีแต่เรื่องยุ่งของคนอื่นทั้งนั้น ไม่มีที่สิ้นสุด เราไปแก้ไขเขาไม่ได้ ส่วนเรื่องธรรมนั้นมีที่สุด มาจบที่ตัวเรา ให้มาไล่ดูตัวเอง แก้ไขที่ตัวเราเอง ตนของตนเตือนตนด้วยตนเอง ถ้าคิดสิ่งที่เป็นธรรมแล้วต้องกลับเข้ามาหาตัวเอง ถ้าเป็นโลกแล้วจะมีแต่ส่งออกไปข้างนอกตลอดเวลา เพราะธรรมแท้ๆ ย่อมเกิดจากในตัวของเรานี้ทั้งนั้น" 

เคยมีผู้ปฏิบัติกราบเรียนถามหลวงพ่อว่า 

"หลวงพ่อครับ ขอธรรมะสั้นๆ ในเรื่องวิธีปฏิบัติเพื่อให้กิเลส 3 ตัว
คือ โกรธ โลภ หลง หมดไปจากใจเรา จะทำได้อย่างไรครับ"
 

หลวงพ่อตอบเสียงดังฟังชัด จนพวกเราในที่นั้นได้ยินกันทุกคนว่า "สติ" 


ที่มา : เว็บคนเมืองบัว 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

ช่วยสงเคราะห์กระต่าย


ปัญหาการรักษาศีล

จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม 10 (พระราชพรหมยาน วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี; หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)


ช่วยสงเคราะห์กระต่าย

ผู้ถาม : กราบหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง ข้าพเจ้า สิริ ขออุทิศ ทั้งหมดที่เป็นกุศลของลูกมาให้กับหลวงพ่อ และขอแบ่งสักครึ่งหนึ่ง ที่ขอแบ่งคืออย่างนี้ คือว่าตอนนั้นหมามันกัดกระต่ายตัวหนึ่ง ใกล้จะตาย ผมเห็นเข้าก็เลยเกิดสงสาร เห็นมันเวทนามาก ก็เลยบอกว่า ฉันสงสารแกนะ ฉันจะสงเคราะห์แกนะเอาไม้ตะบองตีปั๊ก...ตายไปแล้ว!

ทีนี้ผมก็อุทิศส่วนกุศลไปแล้ว แต่มาข้องใจหน่อยหนึ่ง คือว่าการที่เรามีเมตตา ช่วยสงเคราะห์ให้เขาตายสะดวกขึ่นนี้ จะถือว่ามีบาปมีกรรมมีเวรหรือไม่ขอรับ?

หลวงพ่อ : ไม่ต้องถือ...มีแหง! ไปช่วยมันตายเร็ว ควรจะประคับประคองช่วยรักษานะ ไอ้นี่แสดงว่าถ้าป่วยแหวกๆๆ มันไม่ทันจะตายพวกฉีดยาให้ตายไปเลยนี่
...
..
.

ลูกอนุญาตให้หมอ ถอดเครื่องช่วยหายใจพ่อออก จะบาปไหม


ปัญหาการรักษาศีล


จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม 10 (พระราชพรหมยาน วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี; หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)


ถ้าลูกจะทำกับพ่อบาปไหม


ผู้ถาม : ลูกอยากถามหลวงพ่อเจ้าคะ คือผู้ป่วยที่อาการต้องตายแน่ มีเครื่องช่วยหายใจอยู่ แพทย์เขาสั่งให้เอาเครื่องช่วยหายใจออก เมื่อเอาออกแล้วเขาตาย จะบาปไหมคะ?

หลวงพ่อ : คนจะตายจะบาปยังไง ไม่ได้ฆ่าให้ตาย นั่นเครื่องช่วยหายใจ ถึงขืนช่วยไปก็ไม่ไหวแล้วเขาก็ต้องตายก็ไม่มีความสำคัญ คำว่าบาปก็ไม่มี ไม่ใช่ถ้ายังช่วยอยู่มีหวังจะฟื้นเราแกล้งเอาออก ไอ้นั่นจึงจะบาป เพราะมีเจตนานะ และไอ้การที่จะบาปนี่ ต้องมีการตั้งใจกลั่นแกล้ง หรือทำให้ตาย

ผู้ถาม : หลวงพ่อครับ ถ้าอย่างนี้ ถ้าเกิดเป็นลูกกระทำ ถือว่าเป็น อนันตริยกรรม ไหมครับ?

หลวงพ่อ : เขาไม่บาป คุณฟังให้ดี...อย่าโง่! เรื่องไม่บาปก็ไม่เป็นอันตริยกรรม ตัดคำว่าบาปนั้น ไม่มีเสียแล้ว เวลาฟังคำพูดต้องคิดตามเขาพูดเรื้องไหน จำหัวข้อคำพูดไว้

หลวงพ่อ : เอ้า...หมวด! มีอะไรคุยไหมล่ะ เดี๋ยวต้องถามตำรวจยิงผู้ร้ายตายบาปไหม...บาปไม่บาป?

ผู้ถาม : บาปครับ

หลวงพ่อ : ฉันถามว่าตำรวจยิงผู้ร้ายตาย ฉันไม่ได้ถามว่าตำรวจยิงผู้ร้ายเฉยๆ (หัวเราะ) สอบตกแล้ว ผู้ร้ายมันตายแล้ว ไอ้นี่งานก็งาน การปราบปรามผู้ร้าย ถัาเป็นผู้ร้ายจริงเขาจำเป็นต้องยิง ยิงให้ตายใช่ไหม...ต้องตอบว่าไม่หนักมันมีนิดเดียว เพราะกำลังบาปนี่ไม่เท่ากัน ถ้่าคนที่มีคุณมาก เราฆ่า...มีโทษมาก คนที่มีคุณน้อย เราฆ่า...มีโทษน้อย ไอ้คนจัญไรประเภทนั้นมันไม่มีคุณเลย แต่ว่าดับคนประเภทนั้นไปได้คนหนึ่ง คนอีกกี่คนที่มีความสุข

ถัาถามบาปมากไหม...คนเหมือนกันมันบาปไม่เท่ากัน หมวดนะ! อย่างฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ฆ่าพระอรหันต์ นี่ไม่ต้องห่วงหรอก...ลงอเวจีดิ่งเลยใช่ไหม ถ้าฆ่าคนที่มีคุณน้อยไปกว่านั้น ยังไม่ถึงขั้นอเวจี และฆ่าคนที่มีคุณน้อยกว่านั้นอีก ก็เบากว่านั้นอีก ถ้าฆ่าคนจัญไรแบบนั้น มันมีบ้างเหมือนกัน มันแค่มีบ้างนะโยมนะ

แต่ว่าทีนี้ถ้าตำรวจทำด้วยเจตนาดีคิดว่า ถ้าทำลายคนประเภทนี้เสีย คนอีกหลายแสนคนจะมีความสุข เพราะถ้าคนคนนี้อยู่ึนเดียว มีความทุกข์ใช่ไหม บุญส่วนนี้เขามี บาปส่วนนั้นเขามีนิดเดียว นี่พูดกันตรงไปตรงมานะ จะคิดว่ายิงคนเหมือนกัน มีโทษเท่ากันนั้น...ไม่เท่า ก็ว่าตามธรรมะนะ
...
..
.

วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ฆ่าผัวตาย


ปัญหาการรักษาศีล

จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม 10 (พระราชพรหมยาน วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี; หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)


ฆ่าผัวตาย

ผู้ถาม : กราบเท้าหลวงพ่อที่เคารพอย่างยิ่ง กระผมข้องใจเรื่องศีลข้อ ปาณาติบาต กับข้อ คุณธรรม เรื่องจริงเป็นอย่างนี้ขอรับ สามีป่วยหนักด้วยโรคร้ายทรมาน้ป็นอย่างมาก บอกเมียฆ่าให้ตาย เพราะทรมานเหลือเกิน เมียด้วยความเมตตาผัวก็เลยดึงสายอ๊อกซิเจนออก ปรากฏว่าผัวเรียบร้อยทันที
ทีนี้ผลจะพึงได้ คือเมียถูกข้อหาว่า เจตนาฆ่าผัวให้ตาย แต่ที่จะถามก็คือว่าอย่างนี้ ทำด้วยจิตเมตตาธรรมกับเขา อย่างนี้จะมีผลบุญหรือผลบาปกับภรรยาอย่างไรหรือเปล่าครับ?

หลวงพ่อ : เขาไม่มีโทสะนะ เขาไม่โกรธ ผลบาปที่เป็นปาณาตืบาตไม่มี เจตนาในการฆ่าไม่มี ศีลจะขาดได้ต้องตั้งใจเพื่อฆ่า และฆ่าได้สมหวัง ฉะนั้นไม่ขาดจริงข้อนี้นะ

ผู้ถาม : มีเมียอย่างนี้ด็ชื่นใจนะ แป๊บ...เมื่อไรก็จัดการ ชักใจไม่ค่อยดีเสียแล้วซิ

หลวงพ่อ : เราไม่ได้สั่งไม่เป็นไร อย่าไปแกล้งพูดประชดเขานะเขาเอาจริงๆนะ

รักษาศีลแล้วยังไม่รวย


ปัญหาการรักษาศีล

จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม 10 (พระราชพรหมยาน วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี; หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)



รักษาศีลแล้วยังไม่รวย

ผู้ถาม : หลวงพ่อเจ้าขา ความจริงลูกไม่อยากค้านหลวงพ่อหรอก เพราะรู้ว่าหลวงพ่อมีปัญญามาก ฉลาดในการสอน แต่วันนี้ขอถามแกมประท้วงสักนิดหนึ่ง ในคำสอนที่หลวงพ่อว่า มีศีลแล้วจะร่ำรวย มีเงิน ไม่เป็นหนี้ มีโชคลาภ แค่รักษาศีล 5 แต่ไม่พอใจเดี๋ยวนี้เพิ่มเป็น 8 มันก็ยังจนเหมือนเดิม

หลวงพ่อ : รักษามากี่ปี?

ผู้ถาม : 2 ปี

หลวงพ่อ : โธ่เอ๋ย! ก็ซวยมากี่ปี มันคุ้มกันหรืิอ...คือว่ารักษาศีลจริงๆแค่ศีล 5 น่ะ 1 ค่าเหล้าไม่เสีย 2 ค่าเจ้าชู้ไม่เสีย 3 ค่าม่านรูดไม่เสีย...(หัวเราะ)

ผู้ถาม : เอ๊ะ! ไหนว่าพระอยู่วัดอยู่ว่า...ไม่รู้อีโหน่อีเหน่?

หลวงพ่อ : พระหน่ะท่านไม่รู้ แต่ฉันรู้ มีคนไปพูดให้ฟัว เลยไม่ขี้ร้อนไม่ต้อวไปอาบน้ำตามห้อง...(หัวเราะ)เรื่องที่ไม่เสียมีเยอะแยะ ทรัพย์ก็ดีขึ้น ไอ้ใจร้ายไปฆ่าเขาไปตีเขา ทะเลาะกับเขาก็ไม่มี แม้แต่ติดคุกติดตาราง ไม่ต้องเสียสตางค์ นี่ถ้ารักษามาตั้งแต่เกิดนะ ป่านนี่รวยนานแล้ว แกรักษามากี่วันนี่ ขาดทุนมากี่ปี...?

เสียงอ่าน จากหนังสือพ่อรักลูก ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ


เสียงอ่าน จากหนังสือ พ่อรักลูก โดย พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดจันทาราม จ. อุทัยธานี


ผู้อ่านปราถนาจะเผยแผ่คำสอนของหลวงพ่อด้วยความตั้งใจจริง
แต่หากมีข้อผิดพลาดประการใดผู้อ่านขออภัยมา ณ ที่นี้

นะมะพะธะ และ พุทโธ





เหตุที่ทำให้แผ่นดินไหว



เคราะห์จากน้ำ



พิจารณาขันธ์ 5



นิพพิทาญาณ


_/\_ _/\_ _/\_
สาธุ สาธุ สาธุ

คำสมาทานศีล


ปัญหาการรักษาศีล

จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม 10
(พระราชพรหมยาน วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี; หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)



เรื่อง คำสมาทานศีล


ผู้ถาม : กราบเรียนหลวงพ่อที่เคารพ การสมาทานศีลมี 'วิสุง' กับ 'ไม่วิสุง' จะต่างกันอย่างไรขอรับ?

หลวงพ่อ : คงไม่เหมือนกัน ต่างกันที่สุงกับไม่สุง...(หัวเราะ) แต่ความเป็นจริงคำว่า 'วิสุง' เขาแปลว่า 'ส่วน' นะขอรับแยกเป็นส่วนๆ ปาณา...ก็ปาณา อทินนา...ก็อทินนา ถ้าไม่วิสุงละขอรับรวดทั่ง 5 หรือ 8 ข้อ ทั้งนี้ตามคำอธิบายของคณาจารย์ ถ้าแยกเป็นส่วนจะขาดเป็นตัว ถ้าไม่แยกส่วน ตัวอื่นขาด ก็จะขาดหมดด้วย
ความจริงคณาจารย์ไม่รู้จริง จริงๆถ้าเราละเมิดตัวไหน ก็ขาดเฉพาะข้อนั้น จะว่าวิสุงหรือไม่วิสุงก็ตาม ไอ้ตัวที่ยังไม่ละเมิดก็ยังไม่ขาด นี่ฉันเคยอ่านหนังสือที่เขาเขียนย่อๆเล่มเล็กๆน่ะบังเอิญอ่านเมื่อเป็นเด็ก คือว่าไปตามวัด เดี๋ยวก็วิสุง...เดี๋ยวก็ไม่วิสุง...ฉันก็แปลกใจ