วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559

แกอย่ามาติดข้านะ ให้ติดพระพุทธเจ้า

แกอย่ามาติดข้านะ ให้ติดพระพุทธเจ้า 
โดย : หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ 





ในการปฏิบัติธรรมอย่างมีชีวิตชีวานั้น
ปฏิเสธไม่ได้ว่าพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ
มาจากแรงศรัทธาในตัวครูบาอาจารย์
ดังนั้น การเลือกครูบาอาจารย์ที่จะเป็นหลักให้แก่เรา
จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง
ซึ่งในการพิจารณาต้องอาศัยหลักอย่างน้อย ๒ ข้อคือ

๑. มีความเป็นตัวของตัวเอง 
ไม่ให้ศรัทธาในตัวครูอาจารย์มาครอบงำดุลยพินิจของเรา 
แต่การจะมีดุลยพินิจที่ดีก็ต้องอาศัยการศึกษาคำสอน
ของพระพุทธเจ้าไว้เป็นไม้บรรทัดเทียบเคียงด้วย

๒. ดูปฏิปทาท่านนานๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ความสม่ำเสมอในการวางตัวต่อศิษย์ไม่ว่ารวยหรือจน 
การวางตัวในช่วงที่มีสิ่งกระทบ 
การปรารภเพื่อการคลุกคลีหรือไม่คลุกคลีกับผู้คน 
ความมักน้อยสันโดษ ตลอดจนมีการพูดธรรมะ
ที่แฝงเรื่องเรียกลาภสักการะหรือไม่ เป็นต้น


เอาเป็นว่าเมื่อมาถึงขั้นได้ครูอาจารย์ที่ดีแล้ว 
เราก็ตั้งใจปฏิบัติตามที่ท่านสอน 
ชนิดที่ใครว่าถูกหลอกก็บอกกับตัวเองว่าจะเป็นไร 
ท่านหลอกให้เราได้ดี ดังที่ครูเขาหลอกให้เราเขียน ก-ข ก-กา 
จนผสมคำเป็นประโยคได้ ตอนนั้นเราก็ยังไม่ค่อยเห็นประโยชน์ 
แต่อาศัยเชื่อ (ศรัทธา) ว่าท่านสอนด้วยเจตนาดีต่อเราแน่ๆ 
จึงทำไปตามที่สอน เหตุผลต่างๆ ค่อยตามมา
ต่อเมื่อเราประสีประสา (มีสติปัญญา) มากขึ้น


ทีนี้สิ่งที่มักจะตามมาจนแทบจะเรียกว่าอัตโนมัติก็คือ "การติดครูอาจารย์" 
ซึ่งอาการของการติดครูอาจารย์จะทำให้เรามองข้ามครูอาจารย์ท่านอื่น 
และถูกกระทบใจได้ง่ายหากมีใครมาวิจารณ์ครูอาจารย์ของตนในทางไม่ชอบใจ 
หนักเข้าก็หลงติดยึดและให้ความสำคัญกับคำว่า "ศิษย์ก้นกุฏิ" หรือ "ศิษย์ใกล้ชิด" 
ที่หนักสุดเห็นจะเป็นเรื่องการขาดดุลยพินิจส่วนตัว 
กล่าวคือ หากครูบาอาจารย์กล่าวผิดธรรม (แปลว่าเลือกอาจารย์ผิด) 
ก็ยังไม่มีวินิจฉัยแยกแยะถูกผิด ยังคงเห็นคล้อยตามชนิดกู่ไม่กลับ


ด้วยข้อเสียเหล่านี้กระมังที่ทำให้หลวงปู่กล่าวเตือนลูกศิษย์ว่า 

"แกอย่ามาติดข้านะ ให้ติดพระพุทธเจ้า"


เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่มองไม่เห็นได้ง่ายๆ 
ทำให้นักปฏิบัติจำนวนมากแม้บอกกับใครๆ ว่า 
"ฉันไม่ได้ติดครูอาจารย์ แต่ฉันติดธรรม" 
ซึ่งฟังดูถูกต้องทีเดียว แต่ถึงเวลาจริง 
กลายเป็นว่า "อาจารย์ข้า ใครอย่าแตะ"

อาจารย์ที่ปรารถนาลาภสักการะ ปรารถนาให้มีลูกศิษย์ลูกหาให้มากๆ 
ก็ย่อมพูดย่อมทำเพื่อให้ลูกศิษย์ติดหนึบ 
ไปไหนไม่รอด ต้องพึ่งอาจารย์ไปตลอดชีวิต

อาจารย์ที่ไม่ปรารถนาลาภสักการะ ไม่ปรารถนาจะมีลูกศิษย์มากๆ 
ก็ย่อมพูดย่อมทำเพื่อมิให้ลูกศิษย์ยึดติดในตัวท่าน 
หากแต่ส่งเสริมให้ยึดติดในพระพุทธเจ้าและพระธรรมอันบริสุทธ์ 
เพราะเป็นการยึดติดในสรณะที่เป็นที่พึ่งได้ 
เป็นที่พึ่งที่ฝากเป็นฝากตายได้อย่างปลอดภัย 
แล้วอาศัยที่พึ่งของจริงของแท้ชนิดนี้นี่เอง 
ก็จะทำให้ไปสู่จุดที่พ้นไปเสียจากการยึดติดทั้งมวล

.............................................
แหล่งที่มา

http://www.luangpordu.com/?cid=453342&f ... _id=104589

ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=34732

รวมคำสอน “หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ” วัดสะแก
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43690

ประมวลภาพ “หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ” วัดสะแก
พร้อมทั้งอัฐิธาตุของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=34696

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น